Tag Archives: พรีเมียร์ลีก

โอซิลคือนักเตะที่ต้องกำกัด

งานนี้ถือกับกลัวกันเลยนะครับสำหรับ อังเคล ดิ มาเรีย นั้นก็ได้ออกโรงบอกกับเพื่อนๆ ในทีมว่า โอซิล นักเตะของ อาร์เซน่อลนั้นถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่จะต้องกำจัดให้ได้ เพราะ โอซิล ถือเป็นนักเตะที่น่าอันตรายเป็นอย่างมาก ซึ่งในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะต้องเจอกันในกลางสัปดาห์นี้นั้น ก็จะต้องทำทุกวิธีทางเพื่อให้ โอซิลนั้นเล่นได้แบบไม่เต็มที่นั่นเอง

งานนี้ทางด้าน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง นั้นก็จะต้องออกฟอร์มการเล่นให้แข็งแกร่งมากกว่าเดิม เพราะทางด้าน ดิ มาเรีย นั้นก็ได้ออกโรงแจ้งกับเพื่อนๆ ในทีมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับว่า จะต้องประกบ โอซิล ให้ได้ เพราะถือเป็นนักเตะที่มีฟอร์มการเล่นได้สุดยอดจริงๆ โดยทั้งสองทีมนี้นั้นก็ลุ้นกันแย่งแชมป์กลุ่ม ซึ่งตอนนี้ทางด้าน อังเคล ดิ มาเรีย นั้นก็ได้วางแผนกับเพื่อนร่วมทัพนะครับเพื่อที่จะโชว์ฟอร์มการเล่นอันสุดยอด เพราะในเกมนี้นั้นต้องบุกไปถึงถิ่น อาร์เซน่อล ซึ่งมันก็มีผลเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องกองเชียร์นะครับเพราะจะกดดันเราเป็นอย่างมาก แต่เราก็ต้องสู้กันถึงที่สุด เพื่อที่จะได้เก็บสามแต้มมาครอบครองได้นั่นเอง  โดยในก่อนหน้านี้ทั้งคู่ ก็ได้เคยร่วมงานกันมาก่อนนะครับสมัยที่ได้อยู่กับ เรอัล มาดริด ซึ่ง ดิ มาเรีย นั้นค่อนข้างที่จะรู้มากเป็นพิเศษนะครับเพราะ พิษสงของ โอซิล นั้นมันมีอยู่มากจริงๆ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่มีฟอร์มการเล่นที่ค่อนข้างโหด และแข็งแกร่งเป็นอย่างมากเช่นกัน โดยในเกมนี้นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหยุด โอซิล ไว้ไม่งั้นรับรองเลยนะครับโดนถล่มแน่นอน โดยในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกนั้น ทางด้าน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง นั้นในฤดูกาลนี้ก็ถือว่าเล่นได้ดีเป็นอย่างมากนะครับและก็เชื่อเหมือนกันนะครับว่าจะสามารถผ่านเข้ารอบลึกๆ ไปได้อย่างแน่นอน

ยำใหญ่พิเศษใส่ไข่ สิงพังทีมผี

เชลซี 4-0 แมนยู

เกมบิ๊กแมตซ์ของพรีเมียร์ลีกนัดที่ 9 2016/17 เชลซี เปิดบ้านเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้สิ่งที่พลิคเกินกว่าที่จะคาดหมายก็คือ แมนยูในเกมนี้มาพร้อมกับกองหลังที่ยากที่จะแก้ไขได้เลยเพราะว่า เชลซี เปิดบ้านครั้งนี้จัดชุดใหญ่มาต้อนรับ นายเก่าอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ เกมนี้เซอร์ไพร์ส ซะนายเก่าอยากจะบ้าครับพี่น้อง คอนเต้ กับ มูรินโญ่ ยังไม่เคยเจอกันมาก่อนแต่ถ้าเอามาจับชนกันในช่วงที่พีคก็ต้องบอกเลยว่าไม่รู้ว่าใครจะเหนือกว่ากัน เชลซี ให้ ดิอาโก้ คอสต้า ก็องเต้ อาซาร์ และเปโดรลงมา ส่วนแมนยู มีอิบราฮิโมวิช แรชฟอร์ด ป็อกบาและ ลินการ์ด นับว่า มูรินโญ่ เอานักเตะลงมาแบบแปลกตาเหมือนกัน

เกมนี้สตาร์ทมาเพียงแค่ 30 วินาที เชลซีขึ้นนำไปก่อนจากการตัดหลังของแมนยูเข้าไปแล้วล็อกหนี เดเกีย อา ยิงเข้าไปสบายๆ ประตูที่ 2 แกรี่ เคฮิลล์ได้ลูกส้มหล่นตรงหน้าจากการเปิดเตะมุม ประตูที่ 2 มาแบบงง เกมรับแมนยู ยงไม่ทันตั้งตัวติดก็โดนกระหน่ำมาแบบไม่ยั้ง มาในครึ่งหลัง แมนยูก็ไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิม เอเด็น อาซาร์ ยิงแบบไม่ไว้หน้ากองหลัง พาทีมขึ้นนำ 3-0 ไม่เพียงเท่านั้น จะเละเทะแล้วก็เอาให้ตายไปข้าง เอ็นโกโร่ ก็องเต้ โชว์ความเหนือชั้น เล่นกองหลังแมนยู ปั่นป่วน ด้วยการเลี้ยงเข้าไปก่อนที่จะหลอกยิง หนีกองหลังไปทั้งแผงแล้วก็ยิงล่อเป้าจ่อไปที่เสาสอง ทำให้ แมนยูโดนปิดฉากไปด้วยการยิงประตูของก็องเต้ ประตูที่ 4 เล่นเอานักเตะและแฟนบอลแมนยู กลับบ้านไม่ถูกเลยทีเดียว

หงส์เกือบไม่รอด แต่กินไม่เต็ม

p161025-068-liverpool_tottenham

เกมที่กองแช่งรอที่จะซ้ำเติม หงส์แดง ลิเวอร์พูลก็มาถึงแต่ว่าดวงพวกเขายังไม่ถึงฆาต ทำให้เกมนี้ รอดจากการโดนถล่มเละเทะไปได้เสียอย่างไม่น่าเชื่อ การที่เจอกับ นกขมิ้น เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะเก็บ 3คะแนน ด้วยยุคของ เจอร์เก้นท์ คล็อปป์ด้วยแล้วการไล่บี้ กดดัน โจมตีแบบไม่พักอย่างงี้ เจอกับกองหลังที่มีอายุแล้วความช้าก็ทำให้ทีมจะเก็บ 3คะแนนในบ้านไปได้ แต่กว่าที่จะเอาชนะมาได้ก็ต้องขอชมกองหลังที่เป็นรองของ นกขมิ้น ใช้ความใหญ่และสูงนั้น ปะกบ เกมรุกของ หงส์แดง มาได้เกือบตลอดทั้งเกม จังหวะที่พลาดยิงประตูก็ต้องบอกว่าเป็นลูกที่ยากจะปฎิเสธได้จริงๆ

ซาดิโอ มาเน่ เป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูในเกมนี้แล้วพาทีม ลิเวอร์พูล ขึ้นนำไปก่อน 1-0ตั้งแต่นาทีที่ 20 ก่อนที่จะมาโดน ฟิลิเป้ คูตินโญ่ ปั่นโค้งๆ ตามสูตรที่กดติด ก็บวกสกอร์เพิ่มให้กับทีมไปได้เป็น 2-0 แต่เกมรุกหลังจากนั้นก็เจาะ นกขมิ้นยากเสียเหลือเกิน จนในที่สุดครึ่งหลัง Gareth McAuley ยิงประตูตีตื้นเข้ามาเป็น 2-1 ทำให้เกมเริ่มที่จะเดือดอีกครั้ง ลิเวอร์พูล ขึ้นเกมไม่ได้ แถมต้องลงมาตั้งรับในแดนตัวเองเพราะว่า นกขมิ้น กลับมาดุร้ายอีกครั้งแต่ก็นวดอยู่นานสุดท้ายก็จบ 90 นาที ไปเก็บ 3คะแนนที่สำคัญขึ้นไปอยู่ที่ 2 ของตารางแบบชั่วคราว แต่แฟนบอลคนไหนที่ตามลิเวอร์พูลวันนี้พวกเขาอาจทำให้ท่านต้องเสียทรัพย์สินไปนะครับ

เกือบร่วงจ่าฝูง เรือเจ๊าคาโป๊ะ

แมนซิตี้ 1-1 เซาแธมป์ตัน

เกือบโดนถอดยศไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เกมที่ 9ในพรีเมียร์ลีกนั้นพวกเขาไม่สามารถที่จะเก็บ 3 คะแนนมาครองในบ้านด้วยการเจอกับ นักบุญ เซาแธมป์ตัน ทำให้พวกเขาไม่สามารถกลับขึ้นไปอยู่ที่ 1 ของตารางหลังจากที่โดน อาร์เซน่อล กับ ลิเวอร์พูลแซงขึ้นไป แล้วก็แซงกลับมาได้แบบฉิวเฉียดวัดกันที่ประตูได้เสียก็ต้องยอมรับว่า เป๊ป กวาดิโอล่า เริ่มที่จะมีอาการแกว่งเข้าบ้างแล้ว เริ่มที่จะรู้จัก พรีเมียร์ลีก อังกฤษมากขึ้น ปัญหาของ ซิตี้คือการที่ ทีมเริ่มที่จะไม่มีรูปแบบในการเล่นที่ใหม่ โจมตีในรูปแบบเดิมๆจนกุนซือเริ่มที่จะจับทางและแก้เกมได้มาตลอด ทั้งๆที่การครองบอลของ ซิตี้เองก็บุกอยู่ฝ่ายเดียว Claude Puel นั้นเตรียมการบ้านมาดีมาก การตั้งรับที่มีวินัยของพวกเขาทำให้ แมนซิตี้ เริ่มที่จะกดดันตัวเอง

กองหลัง 3คนที่ เป๊ป เอามาใช้เริ่มที่จะไม่เหมาะกับทีมแล้ว ด้วยการโจมตีเกือบทั้งทีมแล้วทิ้งไว้เพียงคนเดียว อย่าง กอมปานี นั้นคอยเป็นคนรับหน้าที่ในการหยุดการโจมตี โคราลอฟและ จอนห์ สโตน์ บุกขึ้นมาแล้วลงไม่ทัน ตรงจุดนี้ก็โดนมาแล้วตั้งแต่นัดที่เจอกับ เอฟเวอร์ตันก็ยังไม่เลิกใช้แผนนี้เสียอีก ที่สำคัญเกมนี้โดน ทีมเยือนบุกมายิงขึ้นนำไปเสียก่อนทำให้ เป๊ป ไฟลนก้นต้องรีบเปลี่ยนแผนเสริมแนวรุกกันเป็นยกใหญ่ ก่อนที่สุดท้าย เคเลชี่ อิฮีนาโช่ ลงมายิงให้กับทีมไล่ตีเสมอได้สำเร็จ จนสุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่เสมอ เกมนี้ต้องบอกเลยว่า กุน อเกวโร่ เควิน เดอะ บรอยน์ ดาวิด ซิลบา เริ่มที่จะเล่นไม่ไหวแล้ว อาจจะต้องหาอะไหล่เข้ามาทดแทน อาจจะเป็นผลดีกว่าทีมมากกว่าในตอนนี้

ทัพปืน เตะบอลอัดกำแพง

อาร์เซน่อล

การเจอกันของ อาร์เซน่อล กับ มิดเดิ้ลสโบว์ก ในเกมที่ 9 ของพรีเมียร์ลีกนับว่าเป็นเกมที่ต้องจดจำไปอีกนานสำหรับ อาร์แซน เวงเกอร์ ที่เจอยิ่งกว่ารถบัส ใหญ่กว่ารถ10ล้อ แข็งกว่ารถเครน เพราะว่าพวกเขาคือกำแพง ยิงเข้าไปก็เด้งกลับมา อัดเข้าไปก็ไม่หลุดเข้าไป ตีกลับมาหาพวกเขาตลอดจนทำให้เกมนี้ไม่มีประตูเกิดขึ้น ทั้งๆที่  อเล็กซิส ซานเชส อิโวบี้ เมซุส โอซิลและ ธีโอ วอลคอต ก็ลงเล่นในเกมนี้ พวกเขาทำได้ดีที่สุดแล้วไม่ว่าจะเกมรุกที่บุกเข้าไปอย่างดุดัน การเติมเกทั้ง2ฝั่งริมเส้นของสนาม เติมมา 10คนอยู่ในสนามเดอะโบโร่ ยังไม่สามารถที่จะทำประตูได้เลย ต้องยอมรับความสามารถและแท็กติคที่ Aitor Karanka นั้นมาร์กตัวผู้เล่นไว้ได้อย่างดี

ไม่เพียงการตั้งรับแบบเต็มตัว ไม่หวังประตูเลยนั้น ทำให้นักเตะของพวกเขานั้นไม่ต้องเสียแรงเปล่า ในช่วงที่อาร์เซน่อละครองบอลอยู่ ลูกทีมจะไม่มีการพลีพลาม เข้าไปแย่งบอลในทันที ต้องรอจนกว่าบอลจะเข้ามาใกล้กรอบเขตโทษของพวกเขาแล้วค่อยวิ่งเข้าไปประคองเฉยๆไม่เปิดพื้นที่ให้กับ อาร์เซน่อลโจมตีเลย เปิดบอมเข้าไปบอลก็โดนสกัดออกไปเคลียร์ออกไปได้ทุกครั้งลูกฟรีคลิก 8 ครั้งของอาร์เซน่อลก็ไม่ได้สร้างความอันตรายให้กับ โบโร่เลย แถมในจังหวะที่สวนกลับมาทีมเยือนกับทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ จังหวะที่ ปีเตอร์ เช็ค ได้เซฟสำคัญไปถึง 4ครั้ง เสี่ยงที่จะเป็นประตูมากแต่สุดท้ายก็ไม่มีทีมไหนเจ๋งพอที่จะยิงประตูทำให้จบลงไปด้วยการเสมอกัน 0-0 โบโร่ ได้ 1คะแนนที่สำคัญจาก เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม